10 สุดยอดวิธีดูแลสุนัขโตเต็มวัย

เพราะช่วงโตเต็มวัยเป็นช่วงอายุที่ยาวนานที่สุดของสุนัข โดยสุนัขขนาดเล็กและขนาดกลางจะเริ่มโตเต็มวัยเมื่ออายุได้ 12 เดือน สุนัขขนาดใหญ่จะเริ่มโตเต็มวัยเมื่ออายุได้ 18 เดือน และสุนัขขนาดใหญ่พิเศษจะเริ่มโตเต็มวัยเมื่ออายุได้ 24 เดือน หากดูแลด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง หรือให้สารอาหารที่ไม่เพียงพอ ก็จะส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพของสุนัข วันนี้ทางกระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวมวิธีดูแลสุนัขโตเต็มวัยมาบอกต่อ จะได้ดูแลสุนัขได้อย่างถูกต้อง 

1. เลี้ยงด้วยความปลอดภัย

      ถึงแม้ความอยากรู้ของสุนัขโตเต็มวัยจะลดน้อยลงกว่าตอนที่ยังเป็นลูกสุนัข แต่ด้วยสัญชาตญาณแล้ว เมื่อเห็นวัตถุแปลกปลอมเจ้าตูบก็อดใจไม่ไหวที่จะเข้าไปดมและกัดแทะสำรวจอยู่ดี ฉะนั้นสารเคมีที่เป็นอันตรายที่ใช้ในบ้าน เช่น ยาฆ่าหญ้าหรือสารกำจัดศัตรูพืชต่าง ๆ เมื่อใช้แล้วควรจะเก็บให้มิดชิดหรือเก็บไว้ในที่ที่เจ้าตูบไม่ค่อยเข้าไปสัมผัส  

2. พาออกกำลังกายทุกวัน

      การออกกำลังกายทุกวันจะช่วยให้สุนัขมีสุขภาพดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ โดยจะช่วยให้อารมณ์แจ่มใส กล้ามเนื้อกระชับ เลือดไหลเวียนได้ดี มีกล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแรง สำหรับวิธีออกกำลังกายนั้นให้พาสุนัขออกไปเดินเล่นทุกวัน หรือจะพาวิ่งเล่นตามสนามหญ้ากว้าง ๆ ก็ได้ แต่ต้องระวังเห็บหมัดด้วยนะคะ

3. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ร้อนจัด

      หลีกเลี่ยงการพาสุนัขไปทำกิจกรรมนอกบ้านและปล่อยสุนัขไว้ในรถในวันที่มีอากาศร้อนจัดหรือมีแดดจัด เพราะจะทำให้ร่างกายของพวกมันเกิดภาวะขาดน้ำ ผิวหนังไหม้แดด และเสี่ยงต่อการเป็นฮีทสโตรก ควรพาไปเดินเล่นหรือทำกิจกรรมตอนเช้าหรือตอนเย็นที่มีแดดอ่อน ๆ แทน

4. ชวนทำกิจกรรมที่หลากหลาย

      เจ้าตูบที่มีรูปร่างอ้วนกลมอาจจะดูน่ารักน่ากอด แต่การที่ปล่อยหรือเลี้ยงให้พวกมันอ้วนนั้นถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะโรคอ้วนเป็นสาเหตุหลักของการเจ็บป่วย ก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมา เช่น เกิดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคไขข้ออักเสบ เป็นต้น ฉะนั้นควรควบคุมอาหารและพาเจ้าตูบไปออกกำลังกายบ่อย ๆ  

6. รักษาสุขภาพช่องปาก

      สุขภาพของเหงือกและฟันก็เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เหมือนกัน เพื่อป้องกันโรคในช่องปากไม่ว่าจะเป็นโรคเหงือก หินปูน และกลิ่นปาก ให้แปรงฟันให้เจ้าตูบเป็นประจำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งและหาของเล่นขัดฟันมาให้กัดเล่น ข้อควรระวังคือให้ใช้ยาสีฟันและแปรงสีฟันสำหรับสุนัขเท่านั้น เพราะยาสีฟันของคนมีส่วนประกอบที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพช่องท้องได้

7. แปรงขนเป็นประจำ

      สุนัขขนสั้นก็จำเป็นต้องได้รับการแปรงขนเช่นเดียวกับสุนัขที่มีขนยาว การแปรงขนนอกจากจะช่วยให้ขนไม่พันกันแล้วยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกด้วย สำหรับแปรงที่ใช้นั้นก็ต้องเหมาะกับสุนัขด้วย เช่น แปรงขนหมู เหมาะกับสุนัขขนสั้น แปรงขนลวดเหมาะกับสุนัขที่มีขนหยิกฟู และแปรงขนหมุดจะเหมาะกับสุนัขทุกสายพันธุ์ 

8. หมั่นกำจัดเห็บและหมัด

      นอกจากจะดูดเลือดแล้ว เห็บและหมัดยังเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคพยาธิในเม็ดเลือด สาเหตุของโรคมาจากเชื้อที่อาศัยเห็บเป็นพาหะ ฉะนั้นจึงควรอาบน้ำให้เจ้าตูบเป็นประจำ กำจัดเห็บหมัด รวมถึงบริเวณที่นอนและสนามหญ้าในบ้านด้วย

9. ตรวจสุขภาพประจำปี

      ถึงแม้ว่าเจ้าตูบจะร่าเริง มีสุขภาพดี สามารถวิ่งเล่นได้ทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะไม่ได้ป่วยอยู่ ในสุนัขโรคบางโรคก็ไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นชัด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันจึงควรพาพวกมันไปตรวจสุขภาพประจำปีอย่างละเอียด ถ้าเจอโรคจะได้รักษาได้ทัน

10. ให้กินอาหารที่มีประโยชน์

อาหารบางชนิดของคนก็เป็นอันตรายต่อเจ้าตูบ อย่างเช่น ช็อกโกแลต องุ่น และชีส เป็นต้น ทางที่ดีนั้นควรให้อาหารสำเร็จรูปสำหรับสุนัขจะดีที่สุด อาหารสำเร็จรูปสำหรับสุนัขในปัจจุบันมีหลายประเภท ทั้งแบบเม็ด แบบเปียก ซึ่งก็มีหลากหลายสูตรให้เลือก สำหรับอาหารที่ดีและเหมาะสมกับสุนัขโตเต็มวัยนั้นต้องประกอบด้วย 


      1. แหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพดีและมีที่มาชัดเจน เพราะสุนัขบางตัวอาจจะแพ้โปรตีนบางชนิด

      2. คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยและดูดซึมง่าย 

      3. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายน้องหมา